วันอาทิตย์ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2555

แอลกอฮอล์ ช่วยบำบัดโรคได้จริงหรือ


  เคยสงสัยหรือไม่ เวลาที่นักดื่มบางคนกล่าวอ้างว่า ดื่มแอลกอฮอล์พอเป็น
กระษัย ดื่มให้เป็นยา ดื่มแก้โรคความดัน หรือดื่มเพื่อให้หลับสบาย... ไม่ว่าจะ
เป็นยาดอง สุรา เบียร์ หรือแม้แต่ไวน์ สามารถช่วยบรรเทอาการต่างๆ เหล่านั้นได้จริงหรือไม่


17 ปีที่ผ่านมา ข้อมูลวิจัยจากประเทศฝรั่งเศส หรือเฟรนช์พาราดอกซ์ (French Paradox) ทำให้วงการ
โภชนาการสั่นสะเทือนหลังประกาศว่าแอลกอฮอล์ให้ประโยชน์ต่อสุขภาพหัวใจ จนเกิดข้อถกเถียงกันอย่างแพร่หลาย งานวิจัยนี้ศึกษาในฝรั่งเศสที่คนดื่มไวน์เป็นประจำ แต่มีปัญหาโรคหัวใจน้อย ทั้งๆ ที่กินอาหารไขมันสูง ความดีจึงถูกยกให้กับสารแอนติ ออกซิแดนท์ในไวน์แดง แต่นักวิจัยเชื่อว่าสิ่งที่ป้องกันโรคหัวใจที่แท้จริงคือแอลกอฮอล์ในไวน์ ซึ่งน่าจะหมายความว่า ไม่ว่าเบียร์ ไวน์ หรือวิสกี้ อาจให้ประโยชน์ต่อหัวใจพอๆ กันถ้าดื่มพอควร
แอลกอฮอล์กับหัวใจ 
ข้อดี นักวิจัยจากฮาร์วาร์ดพบว่า แอลกอฮอล์ช่วยเพิ่มระดับเอชดีแอลซึ่งเป็นคอเลสเทอรอลที่ดี ลดการ
แข็งตัวของเกล็ดเลือด ลดการดื้อต่ออินซูลิน ช่วยป้องกันโรคหัวใจสำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และในผู้ที่มีประวัติหัวใจวายมาก่อน ปัจจุบันนักวิจัยชาวยุโรปเชื่อว่า แอลกอฮอล์เกี่ยวข้องกับระดับสารที่ทำให้เกิดการอักเสบ เช่น สารซีอาร์พี หากทำให้สารนี้ลดลงจะป้องกันโรคหัวใจได้ 

ข้อเสีย การดื่มแอลกอฮอล์วันละ 3 ดริ๊งค์ขึ้นไปอาจทำให้อ้วน เพิ่มความเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง
ไขมันไตรกลีเซอไรด์สูง เส้นเลือดสมองตีบหรือแตก หัวใจล้มเหลว ดร ร็อค แจ็คสัน นักระบาดวิทยาไม่เชื่อในข้อดีของแอลกอฮอล์ เพราะข้อมูลการวิจัยส่วนใหญ่ไม่สามารถพิสูจน์ผลได้ว่าแอลกอฮอล์ให้ผลดีต่อหัวใจจริง
แอลกอฮอล์และสมอง 
ข้อดี การดื่มพอควรช่วยป้องกันความเสี่ยงอัลไซเมอร์และความจำเสื่อม เมื่อนักวิจัยแห่งศูนย์การแพทย์
เบธอิสราเอดีคอเนสในรัฐบอสตัน เปรียบเทียบผู้ที่ไม่ดื่มเลยกับผู้ที่ดื่มสัปดาห์ละ 1 6 ดริ๊งค์ โดยใช้อาสาสมัคร 6,000 คน พบว่าผู้ที่ดื่มมีความเสี่ยงโรคความจำเสื่อมน้อยกว่า งานวิจัยจากฮาร์วาร์ดยังแสดงว่า ผู้หญิงที่ดื่มวันละดริ๊งค์มีความเสี่ยงจากสโตร๊คชนิดหลอดเลือดแดงอุดตันเพียงครึ่งเดียว

ข้อเสีย การดื่มมากเร่งให้สมองเสื่อมเร็ว ร่างกายขาดวิตามินบี 1 ถ้ารุนแรงอาจทำให้ความจำ การเรียนรู้
ลดลง เพิ่มความเสี่ยงสโตร๊คหรือภาวะเสี่ยงอันตรายอันเกิดจากสมองไม่ได้รับออกซิเจนอย่างเพียงพอ
แอลกอฮอล์และเบาหวาน 
ข้อดี การดื่มในระดับน้อยถึงปานกลางช่วยลดความเสี่ยงเบาหวานลงได้ 36 เปอร์เซ็นต์ ทั้งยังลดความ
เสี่ยงโรคหัวใจในผู้ป่วยเบาหวานด้วย

ข้อเสีย ทำให้อ้วน เพราะแอลกอฮอล์ให้แคลอรีสูง ซึ่งอาจนำมาสู่โรคเบาหวาน ความดัน และโรคหัวใจ
ผู้ดื่มหนักอาจเสี่ยงโรคเมตาโบลิกซินโดรม (อ้วนลงพุงร่วมกับร่างกายดื้อต่ออินซูลิน ความดันโลหิตสูง
คอเลสเทอรอลและไตรกลีเซอไรด์สูง รวมทั้งอันตรายต่อตับ) โดยเฉพาะในผู้ที่เริ่มดื่มเมื่ออายุยังน้อย
แอลกอฮอล์และโรคมะเร็ง 
ข้อดี ไวน์แดงและเบียร์ดำมีสารพอลิฟีนอล ซึ่งเป็นสารแอนติ ออกซิแดนท์สูง (เช่นเดียวกับผลไม้ ผัก
และชา) ช่วยป้องกันมะเร็งได้ ฮ็อปซึ่งใช้ผลิตเบียร์มีสารแอนติออกซิแดนท์ที่ชื่อว่า แซนโทฮูมอล (xantho
humol) ช่วยชะลอการเติบโตของเซลล์มะเร็งและเพิ่มฤทธิ์เอนไซม์ซึ่งทำหน้าที่ต่อต้านมะเร็ง 

ข้อเสีย การดื่มมากเกินไปเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งในช่องปาก หลอดอาหาร กระเพาะ ตับ เต้านม และลำไส้ใหญ่ สมาคมโรคมะเร็งแห่งสหรัฐอเมริกาเน้นว่า การดื่มเพียงวันละดริ๊งค์ก็อาจเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งเต้านมได้แล้ว
แอลกอฮอล์และกระดูก 
ข้อดี การกินอาหารที่มีซิลิคอนสูงช่วยเพิ่มความหนาแน่นของกระดูกสะโพก ป้องกันกระดูกแตกหัก
นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยทัฟพบว่าเบียร์มีสารซิลิคอนสูง ซึ่งช่วยสะสมแคลเซียมและแร่ธาตุอื่นๆ ในกระดูก
ข้อเสีย ซิลิคอนพบมากในอาหารหลายชนิด โดยเฉพาะธัญพืชไม่ขัดสีและผักประเภทหัว จึงไม่จำเป็น
ต้องดื่มจากเบีย ร์ เพราะแอลกอฮอล์รบกวนการสร้างกระดูกและการทำงานของแคลเซียม วิตามินดี และฮอร์โมนเอสโทรเจน จึงเพิ่มความเสี่ยงกระดูกพรุนและทำให้กระดูกแตกหักจากการหกล้มได้ง่าย
ความอ้วนกับแอลกอฮอล์
แคลอรีจากแอลกอฮอล์มักสะสมที่พุงมากกว่าแคลอรีจากอาหารชนิดอื่นๆ แต่ การดื่มน้อยกลับเป็นผลดีในการลดพุงได้ แต่ต้องเป็นวันละ 1 ดริ๊งค์เท่านั้น งานวิจัยจากคลินิกเมโยในผู้ใหญ่ 8 - 200 คน พบว่าผู้ที่ดื่มวันละดริ๊งค์ลดความเสี่ยงพุงพลุ้ยลงถึง 54 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่ดื่ม แต่การดื่มมากกว่า 4 ดริ๊งค์ขึ้นไป
เพิ่มความเสี่ยงโรคอ้วน 46 เปอร์เซ็นต์ เพราะแคลอรีที่ได้จากอาหารจะถูกเปลี่ยนเป็นไขมันสะสมในร่างกาย
ยกเว้นว่าเพิ่มการออกกำลังกายให้มากขึ้น

ไวน์แก้วขนาด 150 มิลลิลิตรหรือเบียร์ประมาณ 360 มิลลิลิตร (1 กระป๋อง) ให้พลังงานเฉลี่ย 100 - 150 กิโลแคลอรี เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ผสมเครื่องดื่มอย่างอื่นอาจมีพลังงานสูงถึงหลายร้อยกิโลแคลอรี ยิ่งกว่านั้น เมื่อเวลาที่ดื่มสังสรรค์มักจะมีอาหารที่มีแคลอรีสูงกินร่วมด้วย จึงทำให้อ้วนได้ง่าย
สรุปแล้ว การดื่มแอลกอฮอล์พอประมาณให้ประโยชน์แก่ร่างกาย แต่ไม่จำเป็นที่ต้องแนะนำให้ดื่มเพื่อ
สุขภาพ ผู้ที่ควรงดได้แก่หญิงตั้งครรภ์ หญิงให้นมบุตร หรือผู้ขับขี่ยานพาหนะ ผู้ที่ทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักร
ผู้มีปัญหาไขมันไตรกลีเซอไรด์สูง ตับอ่อนอักเสบหัวใจล้มเหลว หรือผู้รับประทานยาบางชนิดเป็นประจำ ควรปรึกษาแพทย์ถึงความปลอดภัยในการดื่มด้วย เพราะแอลกอฮอล์อาจมีผลรบกวนต่อการทำงานของยา

เที่ยวบิ๊กไบค์ กายภาพบำบัดทางสมองของสุกี้


สุกี้ กมล สุโกศล แคลปป์

เที่ยวบิ๊กไบค์ กายภาพบำบัดทางสมองของสุกี้

คงคุ้นหน้ากันดีแล้วกับคุณสุกี้ แห่งเบเกอรี่ในวันวานที่ใครๆ รู้จัก หรือ สุกี้ กมล สุโกศล แคลปป์ ที่ขี่
มอเตอร์ไซค์ไปเที่ยวมาทั่วในรายการ Dream Chaser ซิ่งล่าฝัน จะมาคุยให้ฟังถึงแรงบันดาลใจและความ
สนุกสนานแบบไม่คาดฝันในสไตล์เขา
จากผู้บริหาร ‘เบเกอรี่’ แล้วจับพลัดจับผลูมาทำรายการโทรทัศน์ได้ยังไงกัน
“มันมีหลายเหตุผลนะฮะ ตอนนั้นผมทำเบเกอรี่มา ก็ทำมาตั้งแต่เด็ก อายุ 22 ก็เปิดเบเกอรี่แล้ว ตอนที่ผมเข้ามาวงการเพลงใหม่ๆ ทำครีเอทีฟ 90% ธุรกิจ 10% แต่ช่วงหลังของเบเกอรี่นี่ ผมทำครีเอทีฟ 1% ธุรกิจ 99% วันนึงเราตื่นขึ้นมา รู้สึกว่า เฮ้ย เราทำอะไรวะเนี่ย มันเริ่มไม่ใช่สิ่งที่เราต้องการ ผมว่าผมพามันไปไกลกว่านั้นไม่ได้แล้วละ มันก็ถึงเวลาที่จะเปลี่ยน พอถึงปี 2005 ตอนที่เราไปจัดบีเดย์ที่ราชมังคลาฯน่ะ ผมมีความรู้สึกว่ามันอิ่ม อิ่มตัวแล้วน่ะฮะ ผมก็เลยลาออก...
“6 เดือนแรกเนี่ย ผมก็ค้นหาว่าจะทำอะไรดี ยังเด็กอยู่นี่ 34 - 35 แล้วผมก็ไม่มีอะไรมา ยิ่งค้นยิ่งไม่เจอ พอดีผมไปเจอผู้ใหญ่คนหนึ่ง เค้าก็บอกว่า เฮ้ย สุกี้ อย่างนี้ยูหาไม่เจอหรอก มันจะมามันก็มาเอง ผมก็เลยช่างมัน ยิ่งหายิ่งเครียด ยิ่งไม่เจอ ปล่อยวางดีกว่า แล้วผมก็มานั่ง...เอ๊ะ...มันมีเวลาว่างนี่หว่า เกิดมาไม่เคยมี ผมไม่เคยมีชีวิตเป็นวัยรุ่นเลยนะ ทำงานตลอด พอมีเวลาว่างผมก็ซื้อมอเตอร์ไซค์มาขี่เล่น ผมขี่ไปภูเก็ต ทริปภูเก็ตเป็นทริปที่ผมได้รู้ว่า ประเทศไทยยังมีอีกเยอะที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน คือผมไม่เคยเที่ยวเมืองไทยมาก่อน ถ้าไปก็ไปเมืองใหญ่ๆ พัทยา เชียงใหม่ อะไรพวกนั้น แต่ตอนที่ผมขับไปภูเก็ตคราวนั้นน่ะ ผมแวะชุมพร ระนอง แวะเขาสด เฮ้ย...มันมีอะไรอีกเยอะมากเลย...ผมก็เลยตัดสินใจจะ Take Off 3 เดือน กะจะไปให้รอบเมืองไทย”
ความรู้สึกแปลกใหม่ที่คุณสุกี้ได้สัมผัสจากการขี่มอเตอร์ไซค์แล้วเที่ยว เขาเรียกมันว่า “กายภาพบำบัดทางสมอง” ขณะที่บางคนอาจจะไปวิปัสสนา คุณสุกี้เล่าถึงสิ่งที่ค้นพบว่า
“หนึ่ง มันได้ปล่อยวาง สอง การที่ขับมอเตอร์ไซค์นี่ มันบังคับให้คนอยู่กับปัจจุบัน ผมว่าปัญหาของมนุษย์ส่วนใหญ่ติดอยู่ในอดีตกับอนาคต คือคุณคิดถึงแต่อดีต-อนาคต อย่างเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมานี่เอง ผมตั้งใจว่าจะทำงาน แต่งานมันไม่ออก เดินไป เดินมา ผมก็เลยเอามอเตอร์ไซค์ไปสุพรรณ ชั่วโมงเดียวถึง นั่งกินกาแฟ ...ไหลแล้วสมอง สมองมันลื่น ช่วงที่เราจะออกจากกรุงเทพฯ น่ะ มันไม่ไหว แต่พอพ้นกรุงเทพฯ พ้นวงแหวนรอบนอก มันจะเริ่มมา...งานสายผมมันเป็นงานครีเอทีฟใช่ไหมฮะ อย่างนั่งเขียนเพลงน่ะ มันไม่ออกมันก็ไม่ออก มันต้องมีแรงบันดาลใจ 15 นาทีแรกเหมือนกันทุกทีเลย มันจะติดๆ แต่ตอนที่เริ่ม Flow แล้ว มันจะไหล สิ่งนึงที่ผมเชื่อก็คือ ปัญหาที่เราคิดอยู่ตลอดเวลาเนี่ย 50% มันไม่ใช่ปัญหา แต่มันติดอยู่ในหัวเรา แล้วการที่ออกไปเดินทาง ไปท่องเที่ยว ไปขี่รถ มันได้ความรู้สึกโดยรวม แล้วมันช่วยจริงๆ”
“ผมคิดตามแบบของผมว่า เมืองไทยมันมีอะไรแอบแฝงอยู่เยอะ แต่เราต้องพร้อมจะไปใช้เวลาค้นหามัน อย่างขับรถไปภูเก็ตเนี่ย ถ้าดิ่งขับถนนใหญ่ไปภูเก็ตเลยมันก็เส้นตรง ไม่มีอะไร ไม่หนุกเลย แต่ถ้าพร้อมที่จะค้นหา ลัดเลาะไปเรื่อยๆ มันได้รสชาติกว่าเยอะ...ในกรณีมอเตอร์ไซค์ สมมติผมจะไปหัวหิน ถ้าไปถนนเพชรเกษมก็งั้นๆ น่าเบื่อ แต่ล่าสุดผมไปทางราชบุรี ไปสวนผึ้ง แล้วก็มั่วๆ ไปเรื่อยๆ จนไปถึงป่าละอู ไปถึงหลังหัวหินโดยไม่ต้องวิ่งเพชรเกษมเลยล่ะ แต่ต้องมั่วๆ นิดนึงนะ แล้วมันจะผ่านแก่งกระจาน เจอโน่น เจอนี่ ไม่ต้องกลัวน้ำมันหมดกลางทางด้วยนะ บ้านเราร้านซ่อมมอเตอร์ไซค์ขายน้ำมันยังมี (หัวเราะ) ทุกๆ เมืองจะมีร้านซ่อมมอเตอร์ไซค์ อย่างที่ผมบอก บ้านเรามันง่ายไปหมด ที่ไม่มีรู้สึกจะที่อุ้มผาง ต้องเตรียมน้ำมันสำรองไป”
คุณสุกี้เที่ยวมา 3 ปีแล้ว คงมีทั้งที่ชอบและไม่ชอบมั่งล่ะ เอาที่ไม่ชอบก่อนดีกว่า เป็นการติเพื่อก่อ คนที่มีหน้าที่รับผิดชอบจะได้มีการปรับปรุงให้ดีขึ้น
“ข้อเสียของบ้านเรานะ ตัวอย่างที่ดีที่สุดคือป่า มันฉิบหายเร็วมากเลย เมื่อไหร่รถทัวร์ไปลงมันพังทุกที รัฐบาลควรเข้ามาควบคุม อย่างผมไปบาหลีกับคุณ แม่ เอ๊ รัฐบาลเขาคุมดีว่ะ อย่างร้าน Mc Donald มาเปิด ตึกมันก็ยังต้องหน้าตาแบบบาหลี บ้านเราอย่างที่ปายเป็นตัวอย่างที่ดี ผมไม่ได้ไปปีครึ่ง กลับมา โอ้โห เกิดอะไรขึ้นน่ะ หน้ามือเป็นหลังมือเลย หรือสมุยเมื่อ 15 ปีก่อนยังเวอร์จินอยู่ พอผมกลับไปเมื่อ 4 ปีที่แล้ว เฮ้ย..มันมี Taxi Meter (หัวเราะ) มัน Over Control ไปหน่อย”
ก็คงเหมือนๆ กับนักท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ส่วนใหญ่ ที่ยังอยากรักษาของดีๆ เดิมๆ ไว้เป็นเอกลักษณ์ของสถานที่เที่ยวบ้านเรา ไม่ใช่ปล่อยให้ความศิวิไลซ์เข้าไปหลอมละลาย จนสุดท้ายเราจะถูกกลืนไม่เหลืออะไรที่เป็นของดั้งเดิมไว้อวดให้นักท่องเที่ยวตื่นตาตื่นใจ ทีนี้มาฟังความประทับใจของคุณสุกี้กันบ้าง
“ผมยกตัวอย่างใกล้ตัวดีกว่า เมื่อต้นปีผมไปถ่ายโฆษณาให้ National Geographic ได้คุยกับผู้กำกับฝรั่ง ผมถามเขาว่าทำไมยูเลือกประเทศไทย ฝรั่งบอก หนึ่ง...ถูก สอง...ทำอะไรก็ได้ (หัวเราะ) คือเมืองไทยมันง่ายน่ะ แล้วก็ถูก ผมขี่ไปคนเดียวคนชอบถามมันไม่อันตรายเหรอ ผมบอกว่า ผมเจอปัญหาทีไร ไม่เกิน 15 นาทีต้องมีคนมาช่วยทุกที อีกอย่างมันเป็นประเทศที่เที่ยวง่าย ผมใช้ map ถนนมันดี ป้ายก็ดี ป้ายบ้านเรานี่รู้หมดนะว่าไปที่ไหน จะหลงต่อเมื่อเราเสือกไปหลงเอง โดยรวมแล้วคนต่างจังหวัดนี่น้ำใจดีกว่าคนกรุงเทพฯเยอะ ไม่ได้บอกว่าทุกคนนะ รถผมเคยไปล้มที่ปราณบุรี แล้วคลัชหัก ผมก็ถามคนแถวนั้นว่ามีใครซ่อมเป็นหรือเปล่า ไอ้น้องคนนึงก็เข้ามาบอก...เออพี่ ที่ตลาดมีขาย... ผมก็ให้เค้าไปพันนึง แล้วมานั่งคิดว่าเรานี่สุดโง่ ให้ไปพันบาทมันก็หนีไปเลยซิ (หัวเราะ) จะชกตัวเองที่โคตรโง่ ปรากฏว่าอีก 15 นาทีมันกลับมา...เอ้าพี่ 300 บาท คืน 700...โอ้ ประทับใจ อือม..ผมเจอแบบนี้บ่อย”
สำหรับท่านผู้อ่านที่อยากจะเที่ยวสไตล์คุณสุกี้บ้าง ลองมาฟังแนวคิดนอกกรอบ ที่ทำให้เที่ยวได้คุ้มค่าและเก็บความประทับใจได้ทุกเม็ด
“วิธีผมเที่ยวนะครับ สมมติผมต้องออกเดินทางวันนี้ แล้วต้องกลับมาถึงกรุงเทพฯ ศุกร์หน้า ผมก็กำหนดว่าจะไปทิศเหนือ ไปจบที่เชียงรายละกัน แล้วผมก็ออกเดินทางเลย คืนนี้ผมจะไปอยู่ไหน ไม่รู้ละ แค่รู้ว่าจะไปทิศนี้ละ แล้วจะกลับมาอยู่ในกรุงเทพฯ ภายในอาทิตย์นึง ผมเที่ยวแบบไม่มี Plan แล้วผมก็จะไปของผม ที่ผ่านมาก็ประทับใจอุ้มผาง สังขละบุรี แม่สลอง คือมันไปยากไง ขับไปคนเดียวมั่ง ไปเป็นทีมมั่ง ไปที่ที่คนยังค้นไม่เจอ ไปถึงแล้วมันบริสุทธิ์ เส้นทางที่เราเข้าไปถึงมันเป็นการผจญภัยแบบหนึ่ง เมื่อสองอาทิตย์ก่อนผมไปภูเรือ มันยังเย็นอยู่เลย ขนาดกรกฎาแล้วนะ อากาศมันยัง ว้าว...
ก่อนกลับเราได้ขอถ่ายภาพรถมอเตอร์ไซค์สุดรักจากหกคันคู่ใจของคุณสุกี้มาฝากท่านผู้อ่านด้วย จะได้เห็นว่าคันนี้แหละที่พาคุณสุกี้ผจญภัยไอเดียกระฉูดมาเกือบทั่วเมืองไทยแล้ว ที่สำคัญ ไปทีไรสมองแล่นฉิวจนเก็บเกี่ยวความคิดสร้างสรรค์แทบไม่ทันเลยเชียว

ศัตรูในคราบมิตรที่ชื่อว่า “เหล้า”

ภาพประกอบข่าวจากอินเทอร์เน็ต
       
      
       วันเข้าพรรษาเวียนมาถึงอีกครั้งหนึ่งแล้ว หลายคนใช้โอกาสนี้ในการลด ละ เลิก เหล้า ในขณะที่อีกหลายคนยังคงมองไม่เห็นโทษของการดื่มเหล้า บางคนเห็นเหล้าเป็นเพื่อน อาศัยเหล้าแก้เหงา อาศัยความมึนเมากลบเกลื่อนความทุกข์ แต่ลืมไปว่าพอสร่างเมาก็ต้องกลับสู่ชีวิตจริง วันนี้จึงถือโอกาสวันเข้าพรรษามาบอกเล่าถึงพิษภัยของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
      
       ข้อมูลจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส.ระบุว่า เมื่อเราดื่มเหล้าเข้าไป แอลกอฮอล์จะถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายอย่างรวดเร็ว โดยส่วนใหญ่จะถูกดูดซึมในกระเพาะอาหารและเข้าสู่กระแสเลือดซึ่งจะสามารถตรวจพบแอลกอฮอล์ในเลือดได้ภายในเวลาเพียง 5 นาทีหลังจากเริ่มดื่ม ก่อนจะส่งต่อไปยังเซลล์ เนื้อเยื่อ ของเหลวทุกแห่งในร่างกาย และอวัยวะต่างๆ ภายในเวลา 10-30 นาที และส่งผลต่ออวัยวะต่างๆ ทั่วร่างกาย ได้แก่
      
       - ช่องปากและลำคอ 
       เกิดอาการระคายเคืองในช่องปากและลำคอ อย่างที่เรียกกันว่า เหล้าบาดคอนั่นเอง
      
       - ผิวหนังและหลอดเลือด
       หลอดเลือดจะขยายตัวเนื่องจากฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ ทำให้หน้าแดง ตัวแดง แต่บางคนอาจมีอาการเส้นเลือดหดตัว ทำให้หน้าซีด ซึ่งมีอันตรายต่อชีวิตมากกว่า
      
       - กระเพาะอาหาร
       โรคที่พบบ่อยในหมู่นักดื่ม คือ โรคกระเพาะ แอลกอฮอล์ในระดับความเข้มข้นต่ำจะกระตุ้นน้ำย่อยในกระเพาะอาหาร ซึ่งอาจทำให้เกิดแผลในกระเพาะและลำไส้ ขณะที่แอลกอฮอล์ในระดับความเข้มข้นสูง จะทำให้เยื่อบุกระเพาะอาหารอักเสบเฉียบพลัน เมื่อดื่มจัดติดต่อกันเป็นเวลานาน จะทำให้มีเลือดออกในกระเพาะอาหาร อาเจียนเป็นสีดำ อุจจาระดำ บางรายจะพบการฉีกขาดของเยื่อบุหลอดอาหาร ซึ่งเกิดจากการอาเจียนอย่างรุนแรง ผู้ป่วยจะอาเจียนมีเลือดปนออกมาบ่อยๆ อาจเสียเลือดมาก ต้องรักษาโดยผ่าตัดเย็บรอยฉีกขาดของเยื่อบุดังกล่าว
ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต
       - หัวใจ 
       หัวใจจะถูกกระตุ้นให้สูบฉีดโลหิตเร็วขึ้น ทำงานหนักขึ้น ในระยะยาวจะทำให้การทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจแปรปรวน เมื่อหัวใจทำงานหนักขึ้น กล้ามเนื้อหัวใจจะเริ่มหนาขึ้น เกิดโรคหัวใจโต มีอาการหัวใจวายหรือหัวใจล้มเหลวตามมาในที่สุด
      
       - เซลล์ 
       การไหลเวียนของเลือดไปยังเซลล์ต่างๆ ทั่วร่างกายจะเร็วขึ้น เซลล์ทุกเซลล์จะทำงานไวขึ้นกว่าปกติจนเกินความจำเป็น ทำให้การทำงานของอวัยวะแปรปรวนไปจากปกติในช่วงระยะเวลาสั้นๆ แต่ต่อมาฤทธิ์ของแอลกอฮอล์จะกดการทำงานของเซลล์ และทำลายเซลล์ไปในที่สุด
      
       - สมอง
       แอลกอฮอล์จะทำให้เซลล์สมองขยายตัว เกิดอาการที่เรียกว่า สมองบวม นานเข้าจะเกิดการสูญเสียของเหลวในเซลล์สมอง เซลล์สมองลีบเหี่ยว เสื่อม และตายลง จากการชันสูตรศพผู้เสียชีวิตจากสุรา จะพบภาวะเนื้อสมองลีบเหี่ยว มีสีซีดจาง เห็นได้อย่างชัดเจน
      
       - ตับ 
       ตับเป็นอวัยวะที่ได้รับพิษจากแอลกอฮอล์มากที่สุด เซลล์ตับที่ถูกทำลายจะมีไขมันเข้าไปแทนที่ ทำให้เกิดการคั่งของไขมันในตับซึ่งนำไปสู่อาการตับอักเสบ ส่งผลให้เซลล์ตับถูกทำลายมากขึ้น เมื่อเซลล์ตับตายลงถึงระดับหนึ่ง จะมีการสร้างพังผืดขึ้นที่บริเวณนั้น ลักษณะคล้ายแผลเป็น ทำให้เนื้อตับที่เคยอ่อนนุ่มกลับแข็งตัวขึ้น เกิดอาการที่เรียกว่า “ตับแข็ง” ในที่สุด การสูญเสียเซลล์ตับเป็นการสูญเสียอย่างถาวร ไม่มีการสร้างขึ้นทดแทน ความรุนแรงของโรคตับแข็งจึงขึ้นอยู่กับปริมาณของเนื้อตับที่สูญเสียไป ยิ่งเนื้อตับถูกทำลายมากเท่าไร โอกาสที่จะเสียชีวิตก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น
      
       - ระบบอวัยวะ
       แอลกอฮอล์ในเหล้าทำให้เกิดพิษต่อระบบสำคัญต่างๆ ของร่างกาย ตั้งแต่ระบบทางเดินอาหาร ระบบหัวใจและหลอดเลือด ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ระบบประสาทซึ่งทำให้ขาดการควบคุม ระบบสืบพันธุ์ ทำให้สมรรถภาพทางเพศเสื่อมลง ทำำให้ระบบการทำงานของร่างกายแปรปรวน อวัยวะต่างๆ เสื่อมเร็วขึ้น คนที่ดื่มจัดจึงแก่เร็ว
      
       นอกจากผลต่อร่างกายแล้ว แอลกอฮอล์ยังส่งผลต่อระดับเชาว์ปัญญาและจิตประสาทอีกด้วย โรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยาและสมาคมป้องกันปัญหาจากสุราแห่งประเทศไทย หรือ สปส.ระบุถึงงานวิจัยที่ชี้ว่าการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตั้งแต่อายุยังน้อย คือในช่วงอายุ 20-29 ปี จะทำให้ผู้ดื่มมีระดับเชาว์ปัญญาหรือไอคิวต่ำลง เกิดเชาว์ปัญญาเสื่อมมากกว่ากลุ่มที่เริ่มดื่มในช่วงอายุอื่นๆ ปัจจัยอื่นๆ ที่กำหนดความเสื่อมของสติปัญญา ก็คือ ชนิดของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ วิธีการดื่ม การมีพ่อแม่เป็นนักดื่ม และมีอาการทางจิต
      
       จากการศึกษาขององค์การอนามัยโลก พบว่า 1 ใน 3 ของผู้ป่วยทางจิตในแต่ละประเทศ มีสาเหตุมาจากสุรา สารพิษที่เกิดจากการเผาผลาญแอลกอฮอล์ในร่างกายจะทำลายสารเคมีในสมองที่ช่วยให้คนเรารู้สึกสงบสุข คนติดเหล้าจึงมักมีจิตใจและอารมณ์อ่อนไหว ความอดทนต่อความเครียดหรือภาวะกดดันลดน้อยลง ขาดสมาธิ และทำให้บุคลิกภาพเสื่อมโทรม
      
       สมองส่วนนอก (Cortex) ของคนที่ติดเหล้าเรื้อรังจะฝ่อลีบ ทำให้เกิดอาการเสื่อมทางจิต โรคจิตจากการดื่มมีหลายอาการและมักจะรักษาให้หายขาดยาก ได้แก่ โรคประสาทหลอน โรคหวาดระแวง โรคความจำเสื่อม โรคซึมเศร้า โรคหวาดกลัวผิดปกติ ฯลฯ
      
       อาการทางจิตที่เห็นได้ชัดเจน คือ ภาวะตื่นกลัวที่เรียกว่า Panic Disorder ซึ่งนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ ได้แก่ อาการผิดปกติของหัวใจ กระเพาะอาหาร และระบบประสาท
      
       แอลกอฮอล์ยังไปกดการทำงานของสมอง โดยเฉพาะสมองส่วนที่ควบคุมความรู้สึกผิดชอบชั่วดี ทำให้ขาดความยับยั้งชั่งใจ จนสามารถก่อพฤติกรรมรุนแรงที่สร้างความเดือดร้อนและอันตรายต่อตนเองและผู้อื่นได้โดยง่าย
      
       ที่สำคัญอย่างยิ่งอีกประการ ก็คือ การดื่มแล้วขับทำให้สถิติการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนพุ่งสูงขึ้น หน่วยจัดการความรู้เพื่อถนนปลอดภัยและศูนย์วิจัยเพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี ระบุถึงผลวิจัยที่ชี้ให้เห็นว่า แอลกอฮอล์ทำลายความสามารถในการขับขี่พาหนะในด้านต่างๆ ได้แก่ ทำให้ประมาท ทำให้การมองเห็นแคบลง มัวลง เห็นภาพซ้อน ผู้ขับขี่จึงรับรู้ต่อความเคลื่อนไหวรอบตัวได้น้อยลง และยังทำให้การสั่งการของสมองไปยังกล้ามเนื้อช้าลง เมื่อคับขันจึงอาจแตะเบรกได้ช้ากว่าปกติ และหักรถหลบหลีกได้ช้ากว่าปกติ อุบัติเหตุจึงเกิดขึ้นเสมอ
      
       ขณะที่งานวิจัยที่ว่าการดื่มเหล้าแต่พอประมาณ วันละ 1-2 แก้ว ช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจและทำให้อายุยืนขึ้น ก็ยังมีหลายฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับงานวิจัยดังกล่าว โดยชี้ว่ายังมีปัจจัยอีกหลายอย่างที่ช่วยลดอัตราการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจได้ และแม้ว่าการดื่มจะช่วยลดอัตราการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจลงได้จริง แต่ก็อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคอื่นๆ เช่น โรคตับ โรคมะเร็ง ฯลฯ
      
       ที่สำคัญ การดื่มแต่ “พอประมาณ” สำหรับนักดื่มนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย และพอประมาณสำหรับคนหนึ่ง อาจมากไปสำหรับอีกคนหนึ่ง เป็นเรื่องยากที่จะชี้ชัดลงไปว่า แค่ไหนถึงจะกำลังดี
      
       ดังนั้น คำแนะนำก็คือ สำหรับคนที่ดื่มหนักอยู่แล้ว จะเป็นการดีหากลดการดื่มลงมาเหลือแค่วันละ 1-2 แก้ว แต่สำหรับคนที่ไม่ดื่ม ก็ไม่มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องหันมาดื่ม เพราะยังมีอีกหลายวิธีที่จะลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจและช่วยให้อายุยืนได้
      
       สำหรับคนที่ยังมองไม่เห็นพิษภัยของสุรา คงเป็นเรื่องยากที่จะบอกให้ลด ละ เลิก เพราะจะอย่างไรเสีย บรรยากาศในวงเหล้าก็เป็นบรรยากาศที่สนุกสนานหากเป็นไปในทางบวก หลายคนได้พบปะกระชับมิตร ได้แลกเปลี่ยนความคิดดีๆ ในวงเหล้า แต่ทุกสิ่งควรเป็นไปตามหลักทางสายกลาง หากดื่มหนักเกินไปก็ย่อมเกิดโทษดังที่ได้กล่าวแล้ว
   
       
       ติดตามฟังรายการ “Happy & Healthy”
       ทุกวันจันทร์ อังคาร พุธ เวลา 11.00-12.00 น.
       ทางคลื่นของประชาชน คนนำปัญญา FM 97.75 MHz